วันศุกร์ที่ 19 พฤศจิกายน พ.ศ. 2553

น้ำใจกระทิง(03)

น้ำใจกระทิง(03)



เป็นพระมหากรุณาธิคุณหาที่สุดมิได้ แต่ขอกราบทูลให้ทรงทราบฝ่าพระบาทว่า ข้าพระองค์เป็นเพียงสัตว์ดิรัจฉาน เกินวิสัยที่จะครองราชย์สมบัติ ถ้ายังจะโปดเกล้าฯ อาลัยในตัวข้าพเจ้า ขอให้ทรงปรดสมาทานรักษาเบญจศีล และขอได้โปรดตรัสชวนข้าราชบริพารให้สมาทาน และยึดมั่นในเบญจศีลนั้นเถิด
พญากระทิงกราบทูลแล้ว จึงขอพระราชทานพระบรมราชานุญาต กลับไปสู่ป่าหิมพานต์อันเป็นที่อยู่ของตน

พระราชาทรงอำลาพญากระทิงมหาข้าราชบริพาร โดยไม่ได้ทรงเล่าเหตุที่เกิดขึ้นให้ใครฟังเลย รีบเสด็จกลับพระราชนิเวศน์ ทรงรับสั่งให้ประกาศราชกฤษฎีกาว่า ขอให้ประชาราษฏร์จงพากันสมาทานยึดมั่นอยู่ในศีล 5 โดยทั่วกัน

เพราะความซาบซึ้งในบุญคุณของพญากระทิงฝังแน่นอยู่ในพระทัยอย่างไม่ลืมเลือน วันหนึ่งก่อนบรรทมพระราชาทรงรำพึงรำพันออกมาเป็นคำพูดจนบรรทมหลับไป ครั้นตอนเช้าทรงตื่นจากบรรทมก็ยังทรงรำพึงรำพันอยู่ว่า
อันกระทิงวิ่งหายไปในป่า ถูกตามล่าสังหารซมซานหนี
เอาตัวรอดปลอดภัยได้ชีวี  ยังกลับมีเมตตามาช่วยเรา
คนใจพาลโทสาพยาบาท  เที่ยงพิฆาตปลดปลิดชีวิตเขา
ไม่คิดถึงความชั่วเพราะมัวเมา กรรมมีเข้าถึงใครถึงได้คิด
เดรัจฉานอยู่ไพรกินใบหญ้า  มีปัญญารู้ซึ้งถึงถูกผิด
เอ็นดูเราช่างฉลาดเหมือนญาติมิตร  อ้ชีวิตคิดมาน่าจาบัลย์
อันความตายใครเล่าเขาจะชอบ  เพียงประกอบด้วยโรคก็โศกศัลย์
แม้รู้ว่าต้องตายวายชีวัน  คราวขับขันรู้แน่แก่หัวใจ
ทรัพย์ลาภยศบริวารอันอุ่นหนา  จะได้มาโดยฝันนั้นหาไม่
ต้องประกอบเหตุดีให้มีไว้  ย่อมหลั่งไหลมาสู่ผู้ทำดี.

วันนั้นมีราชการจำเป็นจะต้องกราบทูลให้ทรงทราบ อำมาตย์จึงเดินทางไปเพื่อเข้าเฝ้า พอดีถึงประตูพระตำหนัก ได้ยินเสียงของพระราชาจึงหยุดฟังอยู่ข้างนอก พองียบสียงรำพันจึงเคาะประตู

พระราชาทรงทราบว่าขณะนั้นเป็นเวลาที่อำมาตย์จะเข้าเฝ้า จึงตรัสเชิญให้ไปข้างใน อำมาตย์ถวายบังคมแล้วกราบทูลว่า
ข้าแต่สมมุติเทพ ข้าพระองค์พึ่งทราบเกล้าเดี๋ยวนี้เองว่า วันก่อนนี้มีเหตุการณ์อะไรเกิดขึ้นกับพระองค์ ขณะที่เสด็จประพาสล่าเนื้อในป่า
รู้ได้อย่างไร วันนั้นท่านติดตามเราไปด้วยหรือ
ไม่ได้ไป พระเจ้าข้า
ใครเล่าให้ท่านฟัง
------------------------------------

แหล่งข้อมูล : นิทานชาดก ชุด สัตว์ป่าหิมพานต์
เขียนโดย: นาวาเอกแพง อ่อนลออ
ภาพโดย: ธนารัชต์ โสตะจินดา

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น